ดอยอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่ เที่ยวได้ไม่มีเบื่อ

ดอยอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่ เที่ยวได้ไม่มีเบื่อ

ดอยอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่ เที่ยวได้ไม่มีเบื่อ

ดอยอ่างขาง

ดอยอ่างขางดอยอ่างขาง อยู่ในเขตหมู่บ้านคุ้มหมู่ที่ 5 ต.แม่งอน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล ประมาณ 1,400 เมตร คำว่า “อ่างขาง” ในภาษาเหนือ หมายถึง อ่างรูปสี่เหลี่ยมตามลักษณะของ ดอยอ่างขางซึ่งเป็นดอยที่มีรูปร่างของหุบเขา ยาวล้อมรอบ ประมาณ 5 กิโลเมตร กว้าง 3 กิโลเมตร ตรงกลางของ อ่างขางเดิม เป็นเป็นภูเขาสูงเช่นเดียวกับบริเวณโดยรอบ แต่เนื่องจากเป็นภูเขา หินปูน เมื่อถูกน้ำฝนชะก็จะค่อยๆ ละลายเป็น โพรงแล้วยุบตัวลงกลายเป็นแอ่ง มีพื้นที่ราบ ความกว้างไม่เกิน 200 เมตร มีพื้นที่ใช้ทำการเกษตรในงานวิจัยประมาณ 1,800 ไร่ มีหมู่บ้านชาวเขาที่ทางสถานีฯให้การส่งเสริมและ พัฒนา อาชีพรวม 6 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านหลวง บ้านคุ้ม บ้านนอแล บ้านปางม้า บ้านป่าคา และบ้านขอบด้ง ซึ่งประกอบไปด้วย ประชากร 4 เผ่าได้แก่ ไทยใหญ่ มูเซอดำ ปะหล่อง และจีนฮ่อ อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 17.7 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32 องศาในเดือนเมษายน และอุณหภูมิต่ำสุด 5 องศาเซเซียสในเดือนมกราคม ซึ่งหากมาเที่ยวในช่วงดังกล่าวอาจพบกับแม่คะนิ้งหรือน้ำค้างแข็งได้

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจบนดอยอ่างขาง

สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง
สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง

สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ตั้งขึ้นโดยสืบเนื่องมาจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎร ที่หมู่บ้าน ผักไผ่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ และได้เสด็จผ่านบริเวณ ดอยอ่างขางทรงทอดพระเนตรเห็นว่าชาวเขาส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ทำการปลูกฝิ่น แต่ยังยากจน ทั้งยังทำลายทรัพยากรป่าไม้ ต้นน้ำลำธารที่เป็นแหล่งสำคัญต่อระบบนิเวศน์ ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อส่วนอื่น ๆ ของประเทศได้ จึงทรงมีพระราชดำริ ว่าพื้นที่นี้มีภูมิอากาศที่หนาวเย็นมีการปลูกฝิ่นมาก ไม่มีป่าไม้อยู่ เลยและสภาพพื้นที่ไม่ลาดชันนักประกอบกับพระองค์ทรงทราบว่าชาวเขาได้เงินจากฝิ่นเท่า กับที่ได้จากการปลูกท้อพื้นเมือง และทรงทราบว่าที่สถานีทดลองไม้ผลเมืองหนาวของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ทดลอง วิธีติดตาต่อกิ่งกับท้อฝรั่ง จึงสละ พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวน 1500 บาท เพื่อซื้อที่ดินและไร่ในบริเวณดอยอ่างขางส่วนหนึ่ง จากนั้นจึงโปรดเกล้าฯ ตั้งโครงการหลวงขึ้นเป็นโครงการ ส่วนพระองค์ เมื่อ พ. ศ. 2512 โดยทรงแต่งตั้งให้หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี เป็นผู้สนองพระบรมราชโองการในตำแหน่งมูลนิธิโครงการหลวง ใช้เป็น สถานีวิจัยและทดลองปลูกพืชเมืองหนาวชนิด ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นไม้ผล ผักไม้ดอ เมืองหนาว เพื่อเป็นตัวอย่างแก่เกษตรกรชาวเขาในการนำพืชเหล่านี้มา เพาะปลูก ซึ่งต่อมาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานนามว่า สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง

สวนสมเด็จ
สวนสมเด็จ

สวนสมเด็จ
ภายในสวนจะรวบรวมพันธุ์ไม้ประเภทฝิ่น ประดับ ดอกป๊อปปี้และไม้เมืองหนาวชนิดต่างๆ โดยจะปลูกสลับหมุนเวียนพันธุ์ไม้ทุกปี ได้แก่ กระดุมเงิน กระดุมทอง ปักษาสวรรค์ เป็นต้น

สวนแปดสิบ
สวนแปดสิบ

สวนแปดสิบ
เป็นสวนจัดกลางแจ้งจะอยู่ด้านในสถานีฯ ตรงข้ามบริเวณสโมสร ซึ่งสวนนี้ตั้งชื่อตามอายุขององค์ประธานมูลนิธิโครงการหลวง หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ในวาระที่ทรงมีอายุครบ 80 ชันษา โดยจะจัดตกแต่งสวนในสไตล์อังกฤษ ด้วยพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ เมืองหนาวนานาชนิด เช่น กะหล่ำประดับ เดซี ลินาเลีย ชบาอาบูติลอน ฯลฯ

สวนบ๊วย
สวนบ๊วย

สวนบ๊วย
สวนบ๊วยตั้งอยู่ริมถนนก่อนถึงสโมสรอ่างขางและฝั่งตรงข้ามของโรงปลูกผัก ต้นบ๊วยจะเริ่มทิ้งใบแล้วออกดอกในเดือนพฤศจิกายน ติดผลในช่วงเดือน มกราคมแต่ละต้นมีขนาดใหญ่กิ่งก้านสาขาสวยงาม

ซากุระระหว่างทางในสถานีเกษตรฯ

ซากุระระหว่างทางในสถานีเกษตรฯ
ซากุระระหว่างทางในสถานีเกษตรฯ
ซากุระระหว่างทางในสถานีเกษตรฯ
ซากุระระหว่างทางในสถานีเกษตรฯ
ซากุระระหว่างทางในสถานีเกษตรฯ
ซากุระระหว่างทางในสถานีเกษตรฯ

จุดชมวิวม่อนสน 

จุดชมวิวม่อนสน 
จุดชมวิวม่อนสน
กางเต้นท์ชมวิวม่อนสน 
กางเต้นท์ชมวิวม่อนสน
ชมวิวม่อนสน 
ชมวิวม่อนสน